เจย์ซึมซับความรู้มากมายจากเเง่มุมต่างๆของชีวิต โดยทำตัวให้เป็นเหมือนฟองน้ำ

27/08/2009 โดย pandamenz

24-08-2009  เจย์ซึมซับความรู้มากมายจากเเง่มุมต่างๆของชีวิต โดยทำตัวให้เป็นเหมือนฟองน้ำ

Source: Jay2u news team by Princess J
Translated by DragonPrince of Jay2u
เเปลไทย เเพรคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ

เจย์เดินทางมาร่วมงานครบรอบสิบปีของ บริษัทมือถือจีหลินของจีน ในวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา
เเละเมื่อโชว์จบเจย์ก็วางกระบองคู่ของเขาลง เเละบอกกับผู้สื่อข่าวว่าเขาประทับใจฉางชุนมาก
เจย์เคยตอบรับคำเชิญของฉางชุนตอนเขาโปรโมทอัลบั้มที่สอง เจย์กล่าวว่า
“มีหลายคนที่รู้จักผมตั้งเเต่ผมเข้ามาทำงานอาชีพนี้เเรกๆ” เเละเมื่อพูดคัยกับเจย์ถึงความคืบหน้าของอัลบั้มใหม่ เเละความฝันในการทำงานหนังในฮอลลิวู๊ดเป็นจริง
เจย์ได้เปิดเผยว่า ” ผมก็เหมือนกับฟองน้ำครับ มีเรื่องมากมายให้เรียนรู้จากงานในทุกๆด้าน อย่างความเเตกต่างของมัน ผมอุทิศเวลาครึ่งหนึ่งให้กับงานเพลง เเละอีกครึ่งหนึ่งของผมให้กับงานหนังในอนาคต”
ในงานนี้นักข่าวบอกกับเจย์ว่าเเฟนเพลงนั้นยังไม่จุใจกับเจย์เท่าไหร่ เพราะว่าเจย์ร้องเพลงเเค่สี่เพลงเท่านั้น
พอเจย์ได้ยินอย่างนั้นก็ตอบติดตลกกลับมาว่า”ร้องเพลงน้อยๆอย่างนี้มันทำให้ผมจำเนื้อเพลงได้หมดนะ”

เว่ยป๋อ ประเมินเจย์ในหน้าที่ผู้กำกับว่าเป็นผู้กำกับที่ไม่โหดเท่าไหร่

เจย์เเละเว๋ยป๋อนั้นทั้งคู่สนิทกัน เเละล่าสุดเว่ยป๋อก็ถูกเชิญให้มาร่วมเเสดงละครของเจย์เรื่อง Panda men
เเละเห็นได้ว่าเพื่อนของเขาก็ช่วยโปรโมทผู้กำกับโชว์ด้วย เว่ยป๋อกล่าวว่า
“เจย์นั้นก็ยังเหมือนเดิม เขาไม่ได้เข้มงวดเหมือนกับผู้กำกับคนอื่นๆหรอก”

มีฉากที่เว่ยป๋อไปเเสดงด้วยนั้น เขาได้เล่นกับนางเอกหน้าใหม่ Tang Yan
เเละหลังจากถ่ายทำไปได้ครึ่งวัน ผู้กำกับเจย์ก็ไม่ค่อยพอใจกับฉากที่ถ่ายไปหลายๆฉาก
เขาก็พูดเเซวตัวเองว่า”ผมได้ยินมาว่าค่าเช่าสถานที่ถ่ายทำที่นี่ราคาไม่ใช่ถูกๆเลยนะ”
จากที่เจย์บ่นนั้น เว่ยป๋อนั้นดูเหมือนว่าก็จะไม่เห็นด้วยเหมือนกัน”เขาตั้งใจเตรียมงานมากเเละเขาก็เชิญผมมา ผมควรที่จะลืมเนื้อเพลงของผมไปให้หมด เเล้วก็มาจำบทละครให้ได้”
เเต่อย่างไรก็ตาม เว่ยป๋อก็บอกว่าเขามีความสุขที่ได้มาร่วมงานกับเจย์
“ผมไม่รู็สึกถึงความกดดันเืมื่อผมมาเเสดงละครเรื่องนี้ ผมเป็นนักเเสดงรับเชิญ
เหมือนกับตอนที่ผมเเสดงใน “Miss No Good” ร่วมกับดาราคนสำคัญอื่นๆในฉาก
ผมรู้สึกผ่อนคลายในการถ่ายละครกับเจย์ เเละเจย์ก็ดูไม่ได้เข้มงวดอะไรมากเมื่อเขาอยู่หลังมอนิเตอร์”

เมื่อถามว่าอะไรที่ดึงดูดความสนใจของเจย์ในตอนนี้ได้มากกว่ากันระหว่าง หนัง เเละ เพลง
เจย์กล่าวว่า ” สำหรับเพลงนั้นเอาไป 90% ของทั้งหมด เเละผมก็หวังว่ามันก็จะมากกว่านั้น”
(จริงหรอเจย์??? เชื่อเจย์ได้จริงหรอ?? เจย์ให้ความสนใจกับเพลงเเต่เจย์ไม่ได้ให้เวลากับมันนะคะ!!)

หลังจากจุดเริ่มต้นในงานหนังของเจย์เรื่อง Initial D เจย์ก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วตอนนี้รุกรานอย่างรวดเร็วเข้ามาในชีวิตของเจย์
ตอนนี้เจย์สร้างหนทางของเขาเดินทางไปสู่สหรัฐอเมริกา เพื่อถ่ายทำหนังเรื่อง The Green Hornet
เเละได้รับการชื่นชมจากผู้กำกับจากฮอลลิวู๊ด เเละในเวลาเดียวกันเจย์ก็ใช้เวลาว่างทำเพลงใหม่ของเขา
“ผมรู้สึกเป็นเกียรติ เพราะว่ามีดาราจีนไม่เยอะเท่าไหร่ที่เเสดงหนังกับฮอลลิวู๊ด เเละผมก็เพิ่งมารู้ว่ามีดาราหลายคนเดินทางมาเพื่อคัดเลือกตัวนักเเสดงในบทนี้”
เจย์ไปอยู่ที่อเมริกาสองาสัปดาห์ก่อนที่จะเดินทางมาที่ฉางชุน เจย์เปิดเผยว่าทางทีมงานได้จัดตารางเวลาให้เขาต้องเรียนวันละ 8 ชั่วโมง
ไม่ว่าจะเป็นการเรียนขับรถผาดโผน ออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ เรียนภาษาอังกฤษ
“ผมยอมรับว่าภาษาอังกฤษของผมอ่อนมาก ตั้งเเต่ผมเรียนมาในอดีต บทกวีจีนเป็นเ่รื่องที่ผมเก่งที่สุด”
เจย์นั้นพูดล้อเล่นติดตลกว่าเขาก็ไม่ได้มีปัญหากับการพูดภาษาอังกฤษเท่าไหร่นะ เเล้วสำหรับภาษาอังกฤษที่ใช้ประจำวันก็ได้บ้าง ส่วนคำพูดติดปากของเจย์ตอนนี้คือคำว่า “What the hell?!”

เมื่อเจย์หันหน้าไปยังจอเงินอีกครั้ง เเฟนๆของเขาบางส่วนก็เห็นด้วยกับเจย์ เเต่ก็ยังกังวลเกี่ยวกับว่าเจย์นั้นจะมาโฟกัสทางด้านงานเพลงไหม
พอรู้ว่าเเฟนๆของเขาเป็นกังวลกับเรื่องดังกล่าวเจย์ก็บอกว่า”ผมเริ่มมากจากการร้องเพลง สำหรับผมสัดส่วนของงานเพลงเเละงานหนังประมาณ ห้าสิบห้าสิบ”
เจย์นั้นได้รับประสบการณ์ใหม่มากมายจากตอนที่เจย์ทำหนัง ซึ่งเป็นส่วนช่วยให้เจย์เจริญก้าวหน้าทางอาชีพ
“ผมประสบความสำเร็จ เก้าสิบเปอร์เซ็นในอาชีพนักร้อง เเละมีการพัฒนาในพื้นที่เล็กๆที่กำลังพัฒนาไปอยู่ ผมหวังว่าจะมีสิ่งใหม่ๆให้ผมได้ลองทำ ผมจะทำตัวให้เหมือนกับฟองน้ำ จะคอบซึมซับสิ่งใหม่ๆที่ละเล็กละน้อยตลอดเวลา”

ไม่มีข่าวเกี่ยวกับอัลบั้มใหม่ของเจย์เลย เจย์กล่าววว่า”ผมก็เเค่ไม่มีเวลาที่จะอัดเสียงเเค่นั้น ไม่ต้องเป็นห่วง”
(ก็ไม่อัดเสียงเนี่ยเเหละค่ะเจย์ขา มันเลยทำให้หลายคนเป็นห่วงอ่ะ!!)

จากอัลบั้มเปิดตัวอัลบั้มเเรกของเขาคืออัลบั้ม JAY เขาก็จะใช้เวลาในการทำอัลบั้มใหม่ซึ่งจะออกทุกๆปีตอนประมาณปลายปี
ซึ่งหมายความว่าตอนนี้อัลบั้มใหม่ของเขาก็ต้องกำลังพร้อมเเล้วที่จะออกโปรโมท เเต่ว่าตอนนี้กลับไม่มีข่าวความคืบหน้าอะไรเลย
เจย์บ่นว่างานหนังของเจาทำให้เขาต้องใช้เวลากับมันไปมาก “ผมเขียนเพลงเสร็จเมื่อปีที่เเล้ว เเต่ว่าไม่มีเวลาที่จะอัดเพลงเลย ซึ่งคาดว่าถ้าสถานการณ์มันเลวร้ายสุดๆก็คงออกอัลบั้มใหม่ประมาณมกราคมปีหน้า”
เเล้วเจย์ก็ยังพูดตลกๆเกี่ยวกับอัลบั้มใหม่ของเขาว่ามันจะไม่ออกตรงเวลาเสมอไปหรอก
“ผมก็เเค่ไม่มีเวลาที่จะทำมันให้เสร็จสมบูรณ์ เเต่ไม่ได้หมายความว่าผมนั้นยังไม่ได้เริ่มลงมือเขียนเพลงเสียหน่อย”
เจย์บอกว่าถ้ามีเวลาผมก็อาจจะอัดเพลงที่อเมริกาเลยในช่วงระหว่างที่ผมถ่ายหนัง “มันเป็นธรรมเนียมไปเเล้วหรอเนี่ยที่ผมต้องออกอัลบั้มใหม่ทุกปี”
(อ่านข่าวนี้เเล้วอยากจะหัวเราะให้น้ำตาร่วง นี่คนวัย สามสิบเขากำลังเเก้ตัวไปน้ำขุ่นๆนะเนี่ย
เฮ้อ อ่านเเล้วก็อารมณ์เสียไม่ลง โอเคๆ ไม่ออกตรงเวลาก็ได้ รอได้ก็เเล้วกันเจย์
เเต่ขอเป็นอัลบั้มเจ๋งๆ ที่เเบบฟังเเล้วมันใช่ เเละดีสุดๆเลยเเล้วกันเจย์)

ตอนนี้เจย์นั้นยุ่งมากกับการถ่ายหนัง ทำให้เขาละเลยกับงานเพลงอัลบั้มใหม่ของเขา
เเละก็ส่งผลกับการเเสดงสดของเขาด้วยเหมือนกัน เมื่อเจย์เดินทางมาที่ ฉางชุนในวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา
มีคนมาร่วมงานกว่า สามหมื่นคนที่มาคอยเพื่อดูเจย์เเสดง เจย์นั้นอธิบายความรู้สึกของเขาออกมาเป็นคำๆนึงว่า” cherish “
(ประมาณว่า รัก ทะนุถนอม ปกป้องรักษาใครคนนึงหรือสิ่งๆนึงอันเป็นที่รัก~~ไม่รู้จะเลือกคำไทยคำไหนมาบรรยายคำนี้ดีน่ะค่ะ คิดไม่ออก)
เจย์กล่าวว่า “ผมได้มีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่ขึ้นคอนเสิร์ตร้องเพลงเมื่อวานนี้ ครั้งนี้ผมรู้สึกถึงความต่างเเละประสบการณ์ที่น่าชื่นใจ ซึ่งมันเป็นอะไรที่มีค่าสำหรับผมมาก
(คิดว่าที่รู้สึกดีอาจเป็นเพราะว่าไปอยู่อเมริกาทำงานหนักเเละก็เครียดมาก พอได้มาเห็นคนเฝ้ารอเเละเป็นกำลังใจให้เขาเยอะๆก็เลยรู้สึกได้กำลังใจมากขึ้นเเน่ๆเลย)

ไม่มีความสุขกับงานการกุศล เจย์บอกว่า” งานการกุศลมันไม่เหมือนเดิมเเล้ว เพราะว่ามีเเต่คนคิดว่าการจ่ายมากจ่ายน้อยนั้นสำคัญมากกว่าน้ำใจเเละความรักที่มอบให้”

มีกระเเสข่าวลืมเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับเจย์ ในเหตุการณ์อุทกภัยที่ไต้หวัน ตอนเเรกเจย์บริจากเงินไป สองล้านหยวน
เเต่มีหลายคนก็ว่าเจย์ว่า เขานั้นบริจาคเงินครั้งนี้น้อยกว่าตอนที่เจย์บริจาคเงินจากตอนเหตุเเผนดินไหวที่เฉฉวนเสียอีก
เจย์ไม่พอใจเเละเเสดงความคิดเห็นว่า”ผมว่าหลายคนกำลังเปลี่ยนความคิดไปอีกทางนึง
พยายามเปลี่ยนความหมายของคำว่าความรักเป็นอย่างอื่น เปลี่ยนมันให้กลายเป็นจำนวน
เเต่ไม่ยอมดูถึงเรื่องเศร้าที่มันเกิดขึ้นมา ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ พวกเขายังคงติดอยู่กับจำนวนเงินที่บริจาค
เเละก็ทำการเปรียบเทียบกันไป ผมหวังว่าไม่อยากให้ความรักความห่วงใยเปลี่ยนเเปลงไปในทางนั้นเลย”

หลังจากนั้นเจย์ก็เลยบริจาคเพิ่มขึ้น มีรายงานว่าเจย์นั้นได้โทรจากที่อเมริกาให้ร้านของเขาบริจาคเงินเพิ่มขึ้น
เเละก็ขอให้เจ้าหน้าที่ในร้านอาหารของเขาบริจาคเงินเช่นกัน เเละก็นำเงินค่า ทิป ในเเต่ละัวันบริจาคไป
เเละบริจาคเงินกำไรหนึ่งเดือนของที่ร้านให้กับสภากาชาด เเละเมื่อถามเจย์ว่าทำไมถึงไม่เปิดเผยเรื่องที่เขาบริจาคเพิ่มหละ
เจย์บอกว่า “สิ่งสำคัญที่สุดเกี่ยวกับงานการกุศลก็คือการทำด้วยใจรัก เเละผมก็จะไม่บิดเบือนความหมายของมันไปในทางที่ว่าผมบริจาคมากพอหรือเปล่า”

เจย์์ให้สัมภาษณ์ในระหว่างเวลาน้ำชาที่ร้านขนม Mr.Qute เเละยังบ่นถึงเรื่องการทำงานเพลงเเละงานหนัง

27/08/2009 โดย pandamenz

เจย์์ให้สัมภาษณ์ในระหว่างเวลาน้ำชาที่ร้านขนม Mr.Qute เเละยังบ่นถึงเรื่องการทำงานเพลงเเละงานหนัง

Source: Jay2u news team by Princess J
Translated by DragonPrince of Jay2u
เเปลไทยโดยเเพร

เมื่อสองอาทิตย์่ก่อนเจย์นั้นได้ไปร่วมงานกับทางทีมงานกองถ่ายที่ฮอลลิวู๊ดเรื่อง The Green hornet
เจย์เปิดเผยว่าเขาไม่ค่อยชอบชีวิตในอเมริกาสักเท่าไหร่ เนื่องจากว่าในความเป็นจริงเเล้วการทำงานที่เเตกต่างกัน
เนื่องจากเจย์นั้นไม่สามรถที่จะสเนอความคิดเห็นอะไรได้เท่าไหร่นัก ส่วนมากเเล้วเจย์นั้นจะต้องทำตามเสียมากกว่า เเม้ว่าเขาจะบ่นออกมาว่า เจย์นั้นเเสดงความคิดเห็นอย่างจริงจังว่า อยากที่จะพูดภาษาจีนในบทด้วยเวลาที่เจย์พูดกับพระเอกในเรื่อง อย่างเช่นพูดว่า super diao หรือว่าคำอื่นๆ

พวกเราต้องเข้าใจว่าเจย์นั้นชอบทำตัวเหมือนว่าตัวเองเป็นผู้กำกับหนังเรื่อง the green hornet
เเละเจย์ยังเป็นนักร้อง เเละผู้กำกับ รวมถึงทำงานอื่นๆอีกมากมาย เเละเจย์ก็ไม่เคยยอมเเพ้ในเส้นทางการทำหนังของเขา
เเละเมื่อถามเจย์ถึงเรื่องการคืนเงินค่าตั๋วคอนเสิร์ตของเขาว่าจริงหรือไม่ เจย์ก็บอกว่า”เรื่องตกอะไรเนี่ย?ผมจะคืนเงินเป็นล้านสำหรับราคาค่าตั๋วได้ยังไง? ผมเตี่ยวนะ เเน่นอนว่าผมต้องบินกลับมาเล่นคอนเสิร์ตเเน่ๆ”

เจย์บอกว่า อย่ามาคาดหวังอะไรกับผมเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เเค่เจย์ท่องบทภาษาอังกฤษได้ก็เก่งเเล้ว

เจย์ยอมรับว่าภาษาอังกฤษของเขาเเย่มาก เจย์นั้นได้เเต่ท่องบท ท่องด้วยใจ เเละมันยากมากที่จะเรียนรู้บทสนทนาภาษาอังกฤษประจำวัน
ตอนนี้คำที่เจย์จำได้ก็คือ “what the hell!” เเละเจย์ก็ยังบอกอีกว่า “ผมนั้นไม่ได้เรียนพื้นฐานอะไรมาเลย ผมเรียนมาในโรงเรียนที่สอนเเต่ภาษาจีน ผมสามารถจำบทกวีจีนได้เเม่นมาก”
อาจารย์สอนภาษาอังหฤษเจย์นั้นเป็นอาจารย์ผู้หญิง เธอเคยสอนดาราเอเชียมาหลายคน ไม่ว่าจะเป็น จางซื่อยี่ กงลี่
เจย์กล่าวว่าเขาต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมงต่อวันในการเรียนภาษาอังกฤษซึ่งเป็นเวลาที่เหนื่อยล้ามากสำหรับเจย์
เจย์นั้นต้องใช้ความอดทนอย่างสูงกับการเรียนภาษาอังกฤษ เเละพัฒนามัน ซึ่งเจย์ยังบอกอีกว่า “อย่าคาดหวังว่าภาษาอังกฤษของผมจะออกมาดี เเค่การใช้ภาษาอังกฤษที่ไว้สำหรับเเสดงหนังเท่านั้น”

เจย์นั้นใ้ช้ชีวิตอยู่ที่ อเมริกาเป็นเวลา 2 อาทิตย์ ซึ่งเขามีตารางเวลาที่เเน่นมาก
โดยทุกวันเขาจะต้องเรียนเป็นเวลา 8 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาอังกฤษ เข้ายิมเพื่อออกกำลังกาย เเละยังต้องเรียนการขับรถผาดโผนอีกด้วย ซึ่งเจย์บอกว่าเขานั้นเบื่อชีวิตที่อเมริกาสุดๆ
“ส่วนใหญ่ผมจะบ่นเสียมากกว่ายินดีอยากที่จะทำ ผมไม่ได้สัมผัสถึงความหรูหราของฮอลลิวู๊ดเลยเเม้เเต่น้อย พอผมเลิกเรียนตอนเย็นร้านค้าก็ปิดกันไปหมดเเล้ว ผมอยากจะคลั่งเอาเสียให้ได้”
เเต่อย่างไรก็ตามอาชีพนักเเสดงของเขาในฮอลลิวู๊ดก็เหมือนการได้เปิดโลกให้เเกเจย์ ตั้งเเต่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเจย์ต้องเริ่มเรียนภาษาก่อน สี่ชั่วโมง
เเล้วก็ไปเรียนศิลปะป้องกันตัว สองชั่วโมง เเละก็เรียนการขับรถเเบบผาดโผน สองชั่วโมง ซึ่งเจย์ทำเรื่องต่างๆเหล่านั้นเป็นเวลา เเปดชั่วโมงต่อวัน เจย์ยิ้มเเละบอกว่าเขาอาจจะเอาเพื่อนของเขามีเรียนเป็นเพื่อนด้วยซักคนสองคน

เจย์น้ำหนักขึ้น ห้า กิโล เเละเป็นเกียตริอยากมากที่ได้เเสดงความเป็นจีนลงในหนัง

เหมือนว่า สองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นเจย์ต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างหนัก ชีวิตในเเต่ละวันซ้ำๆกัน
เเละดูเหมือนว่าหน้าของเขาจะกลมขึ้น เจย์บอกว่าเจย์น้ำหนักเพิ่มขึ้น ห้ากิโล เเต่มันไม่ใช่ไขมันหรอกนะ เป็นกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้เจย์น้ำหนัก 75 กิโลเเล้ว เเละเจย์ก็รู้เสมอว่าตอนนี้เค้าก็วัยกลางคนเเล้ว(เเก่เเล้ว) เจย์บอกว่า “ผมรู้สึกดีนะชาวตะวันตกดูเหมือนว่าเขาจะตัวใหญ่เเละเเข็งเเรงกว่าพวกเรา ผมตัวใหญ่ขึ้นทำให้ไม่รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กมากเวลายินกับพวกเขา”

มีกระเเสข่าวว่าเจย์นั้นได้รับบทนี้เเทนดาราดังจากเกาหลีควอนซังวู เเละดาราอื่นๆอีกหลายคนที่มาทดสอบบท Kato นี้
เจย์กล่าวว่า”ผมเพิ่งรู้ว่ามีหลายคนมาทดสอบบทนี้ เเละผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเป็นอย่างมากที่ได้รับบทๆนี้ เพราะว่ามีหนังฮอลลิวู๊ดไม่เยอะที่จะมีบทนำดีๆเป็นคนเอเชีย ผมไปทดสอบหน้ากล้องต่อหน้าผู้กำกับเเละคนเขียนบท ซึ่งตอนนั้นผมไม่รู้ด้วยว่าคนที่เขียนบทนั้นเขาจะมารับบทนำในเรื่องนี้้ด้วย”

ในหนังเรื่องนี้มีฉากต่อสู้เเละการขับรถผาดโผนหลายฉาก ซึ่งทางทีมงานก็ได้จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญทั้งการขับรถเเละการต่อสู้มาสอนเจย์ ซึ่งอาจารย์นั้นเคยเเสดงหนังกับบรูซลีมาก่อน
ตอนเเรกนั้นอาจารย์ที่สอนเจย์ไม่รู้ว่าเจย์มีพื้นฐานการต่อสู้มาบ้างเเล้ว เจย์ก็เลยเเสดงให้อาจารย์ดู ในท่าการต่อสู้จากเรื่อง KFD
เเละยังโชว์ท่าการต่อสู้จากหนังรื่อง Ciling ที่เจย์นั้นเพิ่งถ่ายทำเสร็จไปเมื่อไม่นานมานี้ให้เเก่อาจารย์ได้ดู
เจย์ยิ้มเเละบอกว่า “เเละผมก็โชว์ให้ seth ดู ฉากที่ผมต่อสู้เเบบในหนัง Ciling ซึ่งท่าทางที่ผมเเสดงออกมานั้นเป็นการเคลื่อนไหวหลายๆเเบบ ซึ่งผลออกมาถือว่าดีเลยทีเีดียว”
หลังจากที่ seth ได้ดูเจย์เเสดงฉากต่อสู้ให้ดูเเล้วนั้น เขาประหลาดใจเเละชื่นชมเจย์ “เจ๋งมาก!”
เเละจากกระเเสที่คนพูดถึงกันในinternetว่า หวังลี่หงนั้นเหมาะที่จะมารับบทนี้มากกว่าเจย์ ซึ่งเจย์ก็บอกกลับอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวว่า”ใช่ เขาเหมาะกับบทนี้มากกว่าผม”

ตอนนี้เจย์อยู่ที่อเมริกาเเละก็มีปัญหาว่าเขาจะทำอัลบั้มใหม่เสร็จทันหรือไม่
“ผมเขียนเพลงเสร็จไปซักพักเเล้ว เเละผมอาจจะต้องอัดเพลงกันที่ อเมริกาในช่วงเวลาว่างจากหนัง”
โดยช่วงหลังๆมานี้จะเห็นได้ว่าเจย์นั้นยุ่งมาก อย่างงานประกาศรางวัลGMA เจย์ก็ไม่ได้เดินทางไปรับรางวัล เเละก็ยังไม่ได้ไปฉลองกับรางวัลที่เขาได้รับมาเลย ซึ่งตอนนี้เจย์ได้วางเเผนสำหรับปีหน้าไว้เเล้วว่าเขาจะไม่พลาดไปร่วมงาน GMA
“ผมจะไปงานประกาศรางวัลในปีหน้า ไม่ว่าผมจะมีอัลบั้มเสร็จทันหรือไม่ เพราะว่าอย่างน้อยเค้าก็ต้องการ ราชาเพลงป๊อป ขึ้นไปประกาศรางวัลเเน่ๆ จริงไหม?”

เจย์อ้วนขึ้น ห้าโล

23/08/2009 โดย pandamenz

เจย์อ้วนขึ้น ห้าโล

เจย์นั้นแอบไปอยู่ที่อเมริกาเป็นเวลา 2 อาทิตย์เเล้ว เเละคาดไม่ถึงว่าเจย์นั้นจะมีชีวิตที่ยุ่งวุ่นวายเป็นอย่างมาก ในการเป็นนักเรียนที่ฮอลลิวู๊ด
ทุกๆวันเขาจะต้องเดินทางไปเรียนกับทีมงานในกงอถ่ายหนัง โดยใช้ชีวิตเเบบคนอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นการอาศัยอยู่หรือการทานอาหาร ซึ่งทำให้เจย์น้ำหนักเพิ่มขึ้น 5 กิโลกรัม

เมื่อวานนี้เจย์ได้เดินทางกลับมาไต้หวันเพื่อมางานเเถลงข่าวการต่อสัญญากับ M Zone
หลายคนเห็นว่าเจย์นั้นดูอวบๆขึ้น เจย์ก็เลยเล่าให้ฟังว่า ” ใช่ผมทานเยอะก็เลยอ้วนขึ้น ตอนนี้ผมหนัก 75 กืโลกรัมเเล้ว เเต่มันเป็นกล้ามเนื้อนะ ไม่ใช่ไขมัน เพราะว่า Seth Rogen นั้นเค้าตัวใหญ่เวลาไปเปรียบเทียบกับเค้าผมก็จะดูตัวเล็กไปเลย”

เมื่อถามเจย์ถึง คาเมรอน ดิเเอซ เจย์ก็บอกว่า “ผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่เงียบที่สุด ผมเห็นเธอมีความสุขมากกับการพูดคุยกับนักเเสดงคนอื่นๆ”
เเละเจย์ก็ยังบอกอีกว่า เจย์นั้นไม่ได้ออกไปไหนกับ ดิเเอซหรอก “การออกไปข้างนอกกับเธอนั้นดูเหมือนเป็นเรื่องที่นาอันตรายใช่ไหม? เพราะว่าจะมีคนมากมายตามเธอไปทุกที่”
เเละเมื่อถามเจย์ว่าได้อวดการเล่นมายากลให้คนอื่นได้ดูหรือยัง(ในข่าวน่าจะประมาณว่าอวดสาวดิเเอซให้ดูหรือยัง?)
เจย์ก็บอกว่า “ยังหรอก ผมจะเล่นมันก็ต่อเมื่อเราเริ่มถ่ายหนังกันเเล้ว”

หนังThe Green Hornetจะเริ่มถ่ายทำตอนสิ้นเดือนสิงหาคม เจย์บอกว่า เขาได้เห็นความเเปลกของฮอลลิวู๊ด พวกเขาฝึกซ้อมกันเป็นเดือนก่อนที่จะเริ่มเรียนในเเต่ละบทเรียน
เเละส่วนทีมงานที่ดูเเลส่วนใหญ่ก็พูดภาษาอังกฤษไม่ว่าจะเป็นการเข้าฟิตเนส การขับรถ ซึ่งที่เจย์เรียนนั้นเป็นภาษาอังกฤษหมด
ทุกๆวันเจย์จะต้องเข้าเรียนเป็นเวลา 8 ชั่วโมง เจย์นั้นบอกว่าบางทีเขาก็ค่อนข้างเบื่อ
“ผมรู้สึกโอดครวญมากกว่าเต็มใจที่จะเรียน ผมไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานที่ฮอลลิวู๊ดมาก่อน ว่าผมจะเรียนเสร็จในเเต่ละวัน ร้านค้าต่างๆก็ปิดกันไปหมดเเล้ว ผมอยากจะบ้าตาย ผมรู้สึกเบื่อชีวิตในอเมริกาของผมตอนนี้”
(เห็นว่าคนสอนเจย์ขับรถเเละสอนฉากเเอคชั่นให้เจย์ เป็นพี่ดอน ธีระธาดาค่ะ)

ทุกวันเจย์ต้องเรียนภาษาอังกฤษ 3 ชั่วโมง เจย์บอกว่าคนที่สอนภาษาอังกฤษเจย์นั้นเหมือนคุณเเม่
เธอเคยสอน จางซื่อยี่ กงลี่มาก่อน ส่วนบทเรียนที่เจย์เรียนภาษาอังกฤษนั้นก็คือเรื่องที่เจย์สนใจ(สอนตามความสนใจของเจย์) เเละเจย์ก็พูดภาษาอังกฤษโชว์ให้นักข่าวฟังว่า
“What the hell” (ขอไม่เเปลนะคะ มันไม่ได้อารมณ์) เเละเจย์ก็หัวเราะหลังจากพูดประโยคนั้น “มันเป็นการสื่อสารพื้นฐานทั่วไป เเต่บทเรียนที่เกี่ยวกับบทหนังนั้นเป็นคำที่จะต้องท่องจำ อย่าคาดหวังว่าภาษาอังกฤษของผมจะดีขึ้น คุณสามารถเเสดงหนังฮอลลิวู๊ดได้เเม้ว่าภาษาอังกฤษคุณจะเเย่มากๆก็ตาม นั่นเเหละทำไมที่นั่นถึงเป็นที่ที่ เตี่ยวมาก”

เจย์เล่าให้ฟังถึงการถ่ายหนังเรื่อง “The Green Hornet” ว่า บท Kato ที่เค้าได้รับนั้นอาจจะมีบางอย่างเปลี่ยนไปเจย์บอกว่า “ผมได้ให้ข้อเสนอเเนะกับผู้กำกับว่าผมอยากใส่ความเป็นจีนเพิ่มเข้าไปในบท ซึ่งมันจะทำให้ผู้ชมในเอเชียรู้สึกถึงความเป็นเอเชีย

ตอนนี้เจย์กลับมาที่ไต้หวัน เเละก็ได้ร่วมบริจาคเงินให้เเก่ผู้ประสบภัยกว่า88พื้นที่ประสบภัย เเละก็ได้ร่วมกับกองทุน Fubon ในการช่วยเหลือเด็กๆในเรื่องการศึกษา ซึ่งเจย์นั้นได้ช่วยเหลือเด็กมากกว่า 300 คนให้ได้เรียนหนังสือเป็นเวลา 5 ปี
ซึ่งรวมเป็นเงินทั้งหมด สิบล้านเเปดเเสนหยวน เเละก็ยังพูดคุยกับทางกองทุน Fubonว่าเขาจะสามารถช่วยให้กำลังใจเด็กๆได้อย่างไรบ้าง(ซึ่งข่าวก่อนหน้านี้บอกว่า เจย์อาจจะเดินทางไปเยี่ยมเด็กๆผู้ประสบภัย)

เจย์นั้นเดินทางกลับมาไต้หวันเพื่อการเซ็นสัญญากับ M Zone เเละก็ต้องบินต่อไปที่ Fushan เพื่อเปิด concert
หลังจากนั้นก็จะบินกลับอเมริกา ซึ่งเขาจะอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 4 เดือน (เเม่เจ้าๆๆๆๆ นานมากๆๆ คิดถึงเเย่เลย เเค่ไปถ่ายในทะเลทรายยังข่าวน้อยเลย นี่ไปอเมริกามันจะได้เห็นหน้าเเละความเคลื่อนไหวกันไหมเจี๋ย!!!)
ซึ่งเจย์จะอยู่ที่อเมริกาจนถึงสิ้นปีนี้ เเละตอนนี้เจย์ก็ปวดหัวเป็นอย่างมากเพราะว่าเขานั้นอาจจะปล่อยอัลบั้มไม่ทันในปีนี้เหมือนที่เค้าหวังเอาไว้!!!!!!! T^T

ผู้บริหาร M Zone เป็นปลื้ม คุณเจย์ต่อสัญญา

23/08/2009 โดย pandamenz

ผู้บริหาร M Zone เป็นปลื้ม คุณเจย์ต่อสัญญา

Mr. Wang Jian Zhou เปิดเผยว่าเขาไม่ได้เดินทางไปประชุมธุรกิจอะไรกับคู่ค้าโทศัทพ์มือถือ เเต่ไปพบเจย์
ซึ่งได้คุยกับเจย์ให้ต่อสัญญาการเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ M zone เป็นเวลา 3 ปี เนื่องจากเจย์นั้นทำให้ผลิตภัณฑ์ของ M Zone ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทางผู้บริหารของ M Zone เหมือนไปเจรจากับผู้บริหารโทรศัทพ์รายอื่น เเต่ทางเจ้าตัวได้ออกมายนยันว่า เขานั้นเดินทางไปพบคนๆเดียวนั่นคือ เจย์
เเละเรื่องที่ไปคุยนั้นก็เป็นเรื่องการต่อสัญญากับ M Zone ของเจย์นั่นเอง

เจย์นั้นเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ M Zone มากว่า 6 ปี โดยทาง M zone ไม่เคยเปลี่ยน พรีเซ็นเตอร์หลักเลย
ใช้บริจาค เจย์มานานมาก ซึ่งเจย์นั้นทำให้ลูกค้าของ M Zone เพิ่มขึ้น

เจย์ออกมาประกาศว่าเขาได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินกับเด็กผู้ประสบภัยจากไต้ฝุ่นมรกต 200 คน

23/08/2009 โดย pandamenz

เจย์ออกมาประกาศว่าเขาได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินกับเด็กผู้ประสบภัยจากไต้ฝุ่นมรกต 200 คน

Source: Jay2u news team by Princess J
Translated by DragonPrince of Jay2u
เเปลไทยเเพร

เจย์ได้มาร่วมงานเเถลงข่าวต่อสัญญาใหม่กับ M-Zone เเละก็ประกาศว่าเขาไม่เพียงช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากไต้ฝุ่นเพียง 6 พื้นที่เท่านั้น
เเต่เขาจะช่วยเหลือไปทั้งสิ้น 88 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยจะให้ความช่วยเหลือเป็นเวลา 5 ปี
เจย์นั้นจะให้การช่วยเหลือทางด้านการศึกษา เจย์รู้สึกว่าการช่วยเหลือเด็กนั้นสำคัญกว่าการกู้บ้านเมืองคืน ซึ่งทางด้านการศึกษาควรจะได้รับการช่วยเหลือมากกว่า
โดยเจย์จะร่วมกับทาง กองทุน Fubon เเละก็จะไปเยี่ยมเยียบกับเด็กๆผู้ประสบภัย เเละก็จะไปให้กำลังใจเเก่พวกเขาด้วย

ตามที่สื่อรายงานออกมานั้น เจย์ก็จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับกองทุนการศึกษาเเละวัฒนธรรม Fubon
ในชื่อโครงการว่า ‘Sound Production Plan’ เพื่อเป็นการให้กำลังใจเเก่เด็กๆไม่ให้ท้อเเท้กับการศึกษา เเละก็ช่วยมูลนิธินี้ในอีกโครงการหนึ่งก็คือ ‘Making friends with love’
เพื่อสนับสนุนให้เด็กๆไปเรียนหนังสือ

ตอนนี้เจย์กำลังถ่ายทำหนังเรื่องใหม่ The Green Hornet เมื่อรู้ข่าวถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากไต้ฝุ่นที่ประเทศไต้หวัน
เเม้ว่าเขาไม่สามารถเดินทางกลับมาร่วมงานการกุศลไ้ด้ เเต่เขาก็ร่วมบริจาคเงินถึง สองล้านหยวน ซึ่งเจย์เป็นคนเเรกเลยที่ได้เเจ้งเจตนาในการบริจาคเงินครั้งนี้

ไต้ฝุ่นนั้นสร้างความเสียหายมากกว่า 88 พื้นที่ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบเเก่โรงเรียนต่างๆเป็นจำนวนมาก
เจย์นั้นทนไม่ได้ที่จะเห็นเด็กๆไม่ได้ไปเรียนเพราะเหตุผลที่ว่าการช่วยเหลือล่าช้าในการกู้ซากบ้านเมืองกลับมาใหม่
ตอนนี้ทางกองทุน Fubon ได้เริ่มโครงการใหม่มีชื่อว่า ‘Giving love to Taiwan’ เพื่อที่จะช่วยเหลือเด็กๆจำนวนกว่า 200 คนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยหนัก 6 พื้นที่ Taidong, Tainan, Pingdong, Kaohsiung, Jiayi เเละ Nantou.

เจย์ เปิดเผยว่า “ผมหวังว่าการกระทำในครั้งที่จะสามารถช่วยกระต้นให้หลายๆคนร่วมกันบริจาคเงินให้เเก่ผู้ประสบภัย เพื่อที่จะกอบกู้สิ่งที่เสียหายกับมา ครั้งนี้พวกเราจะต้องร่วมกัน อย่าท้อถอยอย่ายอมเเพ้”

เจย์โทรศัพท์มาจาก Yue Yang เพื่อมาให้กำลังใจในงานการกุศล

23/08/2009 โดย pandamenz

เจย์โทรศัพท์มาจาก Yue Yang เพื่อมาให้กำลังใจในงานการกุศล
Translated by Dragonprince of Jay2u
เเปลโดยเเพร
Wang Leehom had supported Jay Chou saying: “Love is not a competition”.
หวังลีหง บอกกับเจย์ว่า “ความรักไม่ใช่การเเข่งขัน”
หวังลีหงตอนนี้กำลังโปรโมทผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่
เเละพอถามถือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากพายุไต้ฝุ่น เเละเมื่อพูดถึงประเด็นที่กำลังเป็นกระเเสอยู่ตอนนี้ก็คือ
การบริจากเงินของเจย์นั้นดูไม่เหมาะสมกับรายได้ของเขาเท่าไหร่นัก
หวังลี่หงตอบว่า ” ทุกคนที่บริจาคมานั้นมันออกมาจากหัวใจของเขา มันไม่ใช่การเเข่งขัน ผมคิดว่าเจย์นั้นก็เป็นห่วงผู้ประสบภัยอยู่เเล้ว เเละทุกคนก็พร้อมที่จะยื่มือเข้าช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาทุกข์ของผู้ประสบภัย ความห่วยใยคงไม่หยุดเพียงเืท่านั้น มันจะต้องช่วยเหลือกันต่อไป เเละก็อยากให้ทุกคนช่วยกับบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนโครงการนี้
ทุกคนควรเเสดงความรักเเละความห่วงใยกันออกมาให้กับผู้ประสบภัย เเละคิดว่าผลที่มาจากการร่วมมือกับของเเฟนๆจะส่งผลที่ยิ่งใหญ่”

เมื่อถามลี่หงถึงเรื่อง ชาวเน็ต อเมริกา ออกมาวิจารณ์ถึงเจย์ที่ไปเเสดงหนังฮอลลีวู๊ดว่าเป็นอย่างไร
ลี่หงก็กล่าวสนับสนุนเจย์ว่า “ผมรู้ว่าเขานั้นเรียนภาษาอังกฤษ ตอนนี้ทักษะในการฟังของเขาก็ไม่เเย่หรอก ซึ่งผมคิดว่ามันคงไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาเเน่นอน”

เจย์ เเละเพื่อนของเขาได้ร่วมกันเปิดร้าน Mr.Jมาหลายปเเล้ว เเละก็ได้กำไรมาอย่างต่อเนื่อง
เเละตอนนี้ก็ได้เข้าไปในธุรกิจ catering เเละก็เปิดสาขาใหม่ที่เซี่ยงไฮ้
ทางร้านได้ร่วมงานการกุศลต่างๆมากมาย เเละรวมถึงร่วมบริจากเป็นเงินกว่า สองล้านหยวน
เเละเพื่อนร่วมหุ้นของเขาก็บริจาคเงินเพิ่มอีก หนุ่งเเสนหยวน เเละบริจาคสิ่งของเเละกำไรของร้านหนึ่งเดือน

วิว มาร่วมงานกับเจย์ใน pandamen เจย์นั้นเป็นกังวลกับอาการบาดเจ็บที่มือ

23/08/2009 โดย pandamenz

วิว มาร่วมงานกับเจย์ใน pandamen เจย์นั้นเป็นกังวลกับอาการบาดเจ็บที่มือ
Translated by: http://www.jaychoustudio.com
เเปลไทย เเพร

วิวที่ตอนนี้ได้รับบาดเจ็บที่มือด้านขวา จากการซ้อมเต้นเพื่อออกอัลบั้มใหม่ของเขา
เเละเมื่อวิวมาถ่ายละครให้เจย์เรื่อง pandamen นั้น เจย์ก็เป็นห่วงอาการของวิวมาก
โดยเขาเเตะมือของวิวเเละก็ถามว่า”ดีขึ้นเเล้วหรือยัง? ” หลังจากนั้นซักเเป๊บ วิวไม่ได้ปัดมือเจย์ที่จับไว้ออก เเล้วเขาก็บอกว่า “เฮ๊ย นายนี่ชอบจับมือฉันจังเลยนะ”
เเล้วเจย์ก็สะดุดกับคำพูดของวิว เเล้ว เดวอนก็บอกกับวิวว่า “ตอนนี้นายก็กลายมาเป็น เด็ก เจย์อีกคนเเล้วนะเนี่ย!!!!”
พอเดวินพูดเสร็จคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นทั้งหมดก็หัวเราะกันยกใหญ่

ตอนนี้กำลังเร่งถ่ายทำ pandamen เเม้ว่าพายุมรกตจะพัดกระหน่ำ เเต่เขาก็ไม่ได้หยุดถ่ายทำละครเเต่อย่างใด เจย์นั้นได้บริจาคเงินไป สองล้านหยวน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

วิวนั้นสนิทกับเจย์มากๆ เขาจริงรับมาเล่นละครนี้ให้ เเม้ว่ากำลังอยู่ในช่วงโปรฌมทอัลบั้มใหม่ของเขา
ละครเรื่อง pandamen นั้นถ่ายทำกันทั้งที่เซี่ยงไฮ้ เเละ ไทเป วิวนั้นต้องบินไปบินกลับ ของที่เพื่อถ่ายทำ
เขานอนไม่พอ ในเเต่ละวันนอนไม่ถึง 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว เขาก็พูดหยอกตัวเองว่า”pandamenนี่ทำให้ผมกลายเป็น Iron manเลย” เมื่อเจย์ได้ยินวิวพูดเบบนั้น เขาก็ยิ้มน้อยๆในสไตล์ของเค้า(ยิ้มมุมปาก) เเละก็จับมือของวิวอีกครั้งเเละบอกว่า ” ไอย๋าาาาา มันเเย่มากเลยนะเนี่ย!”

เเปลไปเเปลมาเหมือนข่าวเกย์ยังไงก็ไม่รู้ -*-

เจย์เล่นหนัง ฮอลลิวู๊ด!!~~

08/08/2009 โดย pandamenz

ไม่ได้ update เรื่องเจย์มานานเเล้ว เเหะๆ ไม่มีเวลาเเปลข่าวเองเลย ใช้อ่านคร่าวๆเอา
วันนี้ได้โอกาส เเละข่าวเซอร์ไพร์มากมาย เจย์รับเล่นหนังฮอลลิวู๊ด
ตอนนี้เรานึกภาพไม่ออกเลย ว่าหนังจะไปได้สวยเเละประสบความสำเร็จเเค่ไหน
ไม่อยากให้หนังมันเเป๊กเลย สงสารเจย์ T^T


เจย์ โกฮอลลิวู๊ด รับบท Kato ในหนัง remake ชื่อดัง เรื่อง ‘THE GREEN HORNET’ ที่เคยสร้างชื่อเสียงให้ บรูซลีมาก่อน

ทาง Columbia Pictures ได้ออกมายืนยันเเล้วว่า นักเเสดงชาวไต้หวัน เจย์ โจวจะมารับบท Kato
ในหนังเรื่อง The Green Hornet โดยก่อนหน้านี้ได้วางตัวให้ โจว ซิง ฉือ มาเเสดง

‘THE GREEN HORNET’ ได้นักเเสดงไต้หวัน เจย์ โชว มารับบท Kato

ก่อนหน้านี้มีข่าวลืมเกี่ยวกับการรับเล่นหนังของเจย์ นักร้อง นักเเสดงชื่อดังของเอเชีย
โดยทาง Doug Belgrad เเละ Matt Tolmach ได้ออกมาประกาศเเล้วว่า
เจย์นั้นจะมารับบท Kato ในหนังเรื่อง Green Hornet ของค่าย Columbia Pictures เเน่นอน

Michel Gondry ผู้กำกับหนังบอกว่า ” เจย์เป็นคนที่ไม่เหมือนใคร มีสเน่ห์
เเละการต่อสู้ของเขาก็ใช้ได้ เวลาที่เขามาเเสดงในหนังมันจะต้องออกมาดีเเน่ๆ”

เจย์กล่าวว่า “มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ที่ได้มาเเสดงในบทที่สร้างชื่อเสียงของ บรูซลี
ผมจะไม่พยายามที่จะเป็น Kato ในเเบบของบรูซลี เเต่ผมจะพยายามทำออกมาให้เป็นในเเบบของผม
เเน่นอนว่ามันเป็นบทในฝันของผมเลย เเละมันเป็นสิ่งที่ท้าทายมากสำหรับผม”

บทหนังในเรื่องนี้ดัดเเปลมาจาก ละครทีวี ละครวิทยุ เเละการ์ตูน นำมาทำเป็นหนังจอเงินโดย Columbia Pictures ผู้กำกับ Michel Gondry

ลองเข้าไปดูใน IMDB เขามา update เเล้ววววว
http://www.imdb.com/title/tt0990407/

เจย์เดินทางไปถึงซิดนีย์แล้ว เพื่อจัดงานคอนเสิร์ต

03/07/2009 โดย pandamenz

เจย์เดินทางไปถึงซิดนีย์เเล้ว

credit:Jay2U
เเปลโดยเเพร

จากการรายงานข่าวของWaiwai.com.au ในวันที่ 2 กค เจย์โชว์ได้เดินทางไปถึงซิดนีย์
ซึ่งเเฟนๆเพลงเจย์ันั้นไม่ได้เจอเจย์เป็นเวลานานมาก เขาเดินทางมาเเตะผืนเเผ่นดินซิดนีย์เวลา 6.07am.
เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานนานาชาติซิดนีย์ ได้ประสานงานกับเเฟนๆของเจย์ที่เดินทางมาจากทั่วโมงในเวลาตีห้า
เเละเเฟนๆเจย์ ที่อยู่ในซิดนีย์เดินทางมาเพื่อรอเจย์ตั้งเเต่ตีสี่ พวกเขาหวังว่าจะได้เจอเจย์ไอดอลของเขาเป็นคนเเรก
เเละในตอนบ่ายเจย์ได้ไปร่วมงานเเถลงข่าวconcertของเขาร่วมกับสปอนเซอร์

เจย์เมินร่วมงานGMA เหตุเพราะรับงานไว้เเล้ว ไม่อยากทำผิดสัญญา

30/06/2009 โดย pandamenz

เจย์เมินร่วมงานGMA เหตุเพราะรับงานไว้เเล้ว ไม่อยากทำผิดสัญญา
Translator: Ho (http://www.jaychoustudio.com)
Source: NOWnews เเปลเป็นไืทยโดยเเพร
user posted image

ในปีนี้เจย์ไม่ได้ไปร่วมงาน GMA สื่อหลายสื่อสนใจถึงเหตุผลที่เเท้จริงว่าทำไมเจย์ถึงไม่ไปร่วมงาน
เเต่เมื่อวันที่29ที่ผ่านมา เจย์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ที่ปักกิ่ง
เจย์บอกว่าตารางงานของเขาได้ถูกวางไว้หมดเเล้ว ซึ่งไม่สามารถผิดสัญญาได้
เจย์ไม่ได้ดูถูกรางวัลจากงาน GMA เเต่เจย์นั้นมีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้รับรางวัลนี้
เจย์กล่าวว่า ที่เขาได้รับรางวัลนี้ก็เป็นเพราะกรรมการได้ยอมรับในการร้องของเจย์เเล้ว
เเละยังกล่าวว่าเขาสัญญาที่จะไปร่วมงาน GMA ในปีหน้า พร้อมทั้งหวังว่าจะได้รับรางวัลนักเเต่วเพลงดีเด่น

งานคอนเสิร์ตที่สนามกีฬารังนก จะเเสดงในวันที่ 30 มิถุนายน นักร้องสาวคนดังจากจีน Song Zhu Ying
นักเปียโนชื่อดัง Lang Lang นักร้องเสียงtenorจากอิตาลี Domingo เเละ เจย์ โจว จะเปิดการเเสดงดนตรีร่วมกัน ทั้งการเเสดงเปียโน เพลงเก่า เเละเพลงป๊อปใหม่ๆ

เจย์ได้มาร่วมงานเเถลงข่าวคอนเสิร์ตดังกล่าวพร้อมทั้งออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่
องการไม่ไปร่วมงานGMA ในปีนี้
เจย์บอกว่า”ผมอยากจะบอกให้ชัดๆไปเลยว่าไม่มีเรื่องอะไรกับเรื่องนี้ ก่อนที่ทุกคนจะรู้สึกว่าผมไม่มีส่วนร่วมอะไรกับงาน
ที่ผมไม่ไปร่วมงานก็เป็นเพราะว่าผมได้เซ็นสัญญาที่จะเเสดงดนตรีไว้เเล้ว ผมมีงานที่อื่น ซึ่งไม่สามารถล้มเลิกสัญญาได้”

เเต่ในท้ายที่สุดเเล้วเจย์ก็ได้รับวัน ซึ่งหลังจากเขาอยู่ในวงการดนตรีมา 10 ปี เจย์เพิ่งจะได้รางวัลนักร้องดีเด่น
เจย์กล่าวว่า”ผมอยากที่จะขอบคุณกรรมการจริงๆสำหรับรางวัล ผมทำงานมาจะ 10 ปีเเล้ว เคยได้รับการเสนอชื่อ เเต่ก็ไม่เคยได้รางวัล
ผมคิดว่าผมนี่ช่างโชคดีจริงๆที่ได้รับรางวัลตอนที่ผมอายุ 30 ปี”

เเล้วเจย์ก็เปลี่ยนหัวข้อการให้สัมภาษณ์ไปว่า เจย์อยากที่จะได้รับรางวัลนักเเต่งเพลงยอดเยี่ยมในปีหน้า
“หนนี้ผมพลากรางวัลนักเเต่งเพลงยอดเยี่ยมไป ผมอยากที่จะได้รางวัลนี้ เพราะว่าเหวินซานก็คือผม ผมก็คือเหวินซาน
ผมไม่คิดว่าผมหวังสูงเกินไปที่จะได้รับรางวัลนี้นะ เเต่ถ้าชนะรางวัลมันก็ดีเหมือนกัน”
เเละในข่าวเจย์ก็บอกว่าอยากให้GMA ประกาศวันเวลาในการจัดงานล่วงหน้าสำหรับงานในปีหน้า
เจย์นั้นสัญญสว่าเขาจะไปร่วมงานในปีหน้าอย่างเเน่นอน